ข้ามไปเนื้อหาหลัก
AthenebyCUVETSMO
เริ่มแชท
กลับหน้าแรก

วิเคราะห์สถาปัตยกรรม

frontier AI สร้างกันอย่างไร และเราสร้าง Athene อย่างไร

เราอ่าน system prompt ที่หลุดออกมาของ AI ระดับแนวหน้า 25 ตัว เพื่อถอดแบบว่าเอเจนต์ที่ดีที่สุดถูกออกแบบมาแบบไหน แล้วเทียบทีละชั้นกับสถาปัตยกรรมจริงที่อยู่เบื้องหลัง Athene

ขอพูดให้ชัดก่อนเพื่อความน่าเชื่อถือ Athene ไม่ได้ฉลาดกว่า GPT-5 หรือ Claude เพราะมันรันอยู่บนโมเดลเหล่านั้น สิ่งที่เราเทียบคือสถาปัตยกรรมของระบบ ไม่ใช่ไอคิวของโมเดล และจุดที่เราทำได้ครบกว่าคือชั้นของความน่าเชื่อถือที่เครื่องมือทางการแพทย์ต้องมี แต่เอเจนต์เขียนโค้ดทั่วไปไม่ต้องมี

แผนภาพ 8 ชั้นของสถาปัตยกรรม Athene จากฐานรากขึ้นสู่ผิวที่ผู้ใช้สัมผัส
แผนภาพ 8 ชั้นของสถาปัตยกรรม Athene จากฐานรากขึ้นสู่ผิวที่ผู้ใช้สัมผัส

ส่วนที่ 1

พิมพ์เขียวของ frontier agent

เมื่ออ่าน system prompt ของเอเจนต์ระดับแนวหน้าหลายสิบตัวเทียบกัน จะเห็นว่าพวกมันลู่เข้าหารูปแบบเดียวกัน 6 อย่าง นี่คือสิ่งที่ทำให้เอเจนต์หนึ่งเชื่อถือได้ ไม่ใช่แค่ตอบเก่ง

คลังที่ศึกษา system prompt ที่หลุดออกมาของ Anthropic (Claude Code), OpenAI (Codex), Cursor, Google, xAI, Vercel v0, Devin, Windsurf, Perplexity, Replit, Cline และรวมทั้งหมด 25 ตัว

01
ลำดับชั้นของส่วนประกอบที่ตายตัว
ทุกเอเจนต์เรียงโครงสร้างแบบเดียวกัน ตัวตน แล้วความปลอดภัย แล้วเครื่องมือ ความจำ สไตล์การสื่อสาร กฎพฤติกรรม และข้อมูลสภาพแวดล้อมไว้ท้ายสุด ความปลอดภัยมาก่อนความสามารถเสมอเพื่อกำกับทุกอย่างที่ตามมา ส่วนข้อมูลที่เปลี่ยนบ่อยอย่างวันที่และระบบอยู่ท้ายสุดเพื่อให้ส่วนต้นถูกแคชได้
02
วินัยการใช้เครื่องมือ
คันโยกคุณภาพที่ใหญ่ที่สุด เรียกเครื่องมือที่ไม่ขึ้นต่อกันพร้อมกันในครั้งเดียว เพราะการเรียกทีละตัวคือสาเหตุอันดับหนึ่งของความช้า อ่านก่อนเขียนเสมอ ซ่อนกลไกเครื่องมือจากผู้ใช้ และล้มเหลวอย่างนุ่มนวลเมื่อเป้าหมายหาย
03
สมดุลระหว่างลงมือกับถาม
ตั้งค่าเริ่มต้นให้ลงมือทำ ไม่ใช่ถามทุกขั้น แต่ต้องไม่ทำให้ผู้ใช้ตกใจ และไม่ทำสิ่งที่ย้อนกลับไม่ได้โดยไม่ได้รับอนุญาตชัดเจน เชิงรุกกับเนื้องาน แต่ระมัดระวังกับผลกระทบ
04
วินัยของผลลัพธ์
กำหนดเป้าความกระชับแบบเด็ดขาด ห้ามคำเติมสไตล์ AI อย่าง "แน่นอนครับ" หรือ "ผมยินดี" ใช้รูปแบบที่ตกลงกัน อ้างอิงไฟล์ด้วย backtick ใช้หัวข้อย่อยแทนความเรียงยาว และมีสัญลักษณ์บอกสถานะว่าผ่าน พลาด หรือติดข้อจำกัด
05
ตรวจให้ผ่านก่อนค่อยบอกว่าเสร็จ
ทุกการตรวจอัตโนมัติต้องผ่านก่อนปิดงาน แม้กับการเปลี่ยนที่ดูเหมือนง่าย ตรวจไม่ผ่านคือวนแก้แล้วลองใหม่ ไม่ใช่ทิ้งงาน นี่คือ Iron Rule 0 ในระดับ prompt
06
ลำดับความสำคัญของคำสั่งและการกันการฉีดคำสั่ง
ระบุชัดว่าอะไรชนะ คำสั่งผู้ใช้เหนือไฟล์โปรเจกต์เหนือค่าเริ่มต้น และเส้นแบ่งที่สำคัญที่สุดคือมีแต่ผู้ใช้ผ่านหน้าจอจริงเท่านั้นที่ออกคำสั่งได้ ทุกอย่างที่ดึงมาทั้งเว็บ ผลเครื่องมือ เอกสาร หรือข้อความที่วางมา ถือเป็นข้อมูล ไม่ใช่คำสั่ง

ส่วนที่ 2

สถาปัตยกรรมของ Athene ทีละชั้น

Athene เอา 6 รูปแบบข้างบนมาใช้ครบ แล้ววางเพิ่มเป็น 8 ชั้น อ่านจากบนคือสิ่งที่ผู้ใช้สัมผัส ลงไปล่างคือฐานรากที่ทุกอย่างตั้งอยู่ ป้ายเขียวที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายบวกคือสิ่งที่เอเจนต์ทั่วไปไม่มี

  1. 01
    ชั้นจัดเส้นทางและเจตนา
    คำถามแต่ละข้อถูกจำแนกก่อน ทักทายเล่นๆ ไปทางลัดผ่าน FAQ cache และคำตอบสำเร็จรูป ส่วนคำถามคลินิกจริงไปเส้นทางเต็ม ทำให้ประหยัดโควตาและตอบคำถามง่ายๆ ได้ไวขึ้นมาก
    ตัวจำแนกเจตนา พร้อม FAQ cache และ semantic cache ขณะที่เอเจนต์ทั่วไปยิงทุกอย่างเข้าโมเดลเดียว
  2. 02
    แกนสำรองหลายผู้ให้บริการ
    คำตอบไม่ผูกกับโมเดลเดียว เราเริ่มที่ Typhoon ซึ่งเข้าใจไทยก่อน แล้วถ้าตัวไหนล้มหรือช้า ระบบไหลต่อไปยังผู้ให้บริการสำรองอีกหลายตัวโดยอัตโนมัติ พร้อมตัวจับเวลาคุมไม่ให้ค้าง
    ลำดับสำรองลึก 9 ชั้น ขณะที่ frontier agent ผูกกับโมเดลเดียว ตัวนั้นล้มคือจบ
  3. 03
    ชั้นยึดกับความรู้จริง
    ก่อนตอบ ระบบดึงคลังความรู้สัตวแพทย์ที่รุ่นพี่คัดมาทั้งข้อมูลคณาจารย์จุฬา หลักสูตร และคลังข้อสอบ พร้อมค้นงานวิจัยจาก OpenAlex มาเป็นฐาน ไม่ใช่เดาจากความจำของโมเดล
    RAG คลังความรู้เฉพาะโดเมน ที่เอเจนต์เขียนโค้ดทั่วไปไม่มีความรู้สัตวแพทย์ไทย
  4. 04
    ชั้นตรวจสอบ ด้วย Iron Rule 0
    กฎเหล็กคือถ้าไม่มั่นใจให้กั๊กหรือบอกว่าไม่รู้ ดีกว่าแต่งขึ้นมา ระบบถูกออกแบบให้ยอมตอบว่ายังมีข้อมูลไม่พอ มากกว่าจะมั่วให้ดูดี ซึ่งสำคัญมากกับเครื่องมือทางการแพทย์
    วินัยกั๊กดีกว่าแต่ง พร้อมด่านตรวจ eval อัตโนมัติใน CI ที่กันคุณภาพถอยหลัง
  5. 05
    ชั้นอ้างอิงและตรวจย้อนกลับ
    ทุกคำตอบที่อิงคลังความรู้จะโชว์แหล่งที่มาในแผงข้างๆ พร้อมระดับความมั่นใจ ผู้ใช้กดดูแหล่งจริงได้ ไม่ใช่เชื่อคำพูดลอยๆ
    แผงแหล่งที่มาและระดับ grounding ที่เปิดให้ตรวจสอบได้ ต่างจากกล่องดำ
  6. 06
    ชั้นความปลอดภัย
    มีเส้นแบ่งกันการฉีดคำสั่ง ข้อความในเอกสาร เว็บ หรือที่วางเข้ามาถือเป็นข้อมูลไม่ใช่คำสั่ง มีการรับมือสัญญาณขอความช่วยเหลือ และการปฏิเสธคำถามที่ควรไปพบสัตวแพทย์จริง
    ตรวจจับการฉีดคำสั่งตอนรันจริง พร้อมขอบเขตปฏิเสธทางการแพทย์
  7. 07
    ชั้นความเป็นส่วนตัว
    เครื่องมือลบข้อมูลส่วนบุคคลทำงานบนเครื่องผู้ใช้ ทั้งชื่อ เบอร์ และเลขบัตรถูกลบในเบราว์เซอร์ก่อน ไม่ถูกส่งออกไปไหน
    ประมวลผลลบข้อมูลส่วนบุคคลบนเครื่อง ข้อมูลคนไข้ไม่ออกจากเบราว์เซอร์
  8. 08
    ชั้นสังเกตการณ์ ซึ่งเป็นฐานราก
    ทุกความล้มเหลวถูกบันทึกและแจ้งเตือนทันที โดยไม่เก็บข้อความผู้ใช้ เก็บแค่รูปแบบที่พัง พร้อมบันทึกการใช้งานและด่าน eval ที่กันไม่ให้คุณภาพถอยหลังก่อนขึ้นระบบ
    จับ error แจ้งเตือน และ eval ratchet ขณะที่ frontier agent ส่วนใหญ่เป็นกล่องปิด

ส่วนที่ 3

เทียบกันตรงๆ

ตารางนี้ไม่ได้เทียบว่าโมเดลไหนฉลาดกว่า แต่เทียบความครบของสถาปัตยกรรมสำหรับงานที่ต้องเชื่อถือได้จริง

มิติทางสถาปัตยกรรมfrontier agents (25 ตัว)Athene
ลำดับชั้นคำสั่งมี ผู้ใช้เหนือไฟล์โปรเจกต์เหนือค่าเริ่มต้นมี และเพิ่มฐานปฏิเสธทางการแพทย์
กันการฉีดคำสั่งมี ข้อมูลไม่ใช่คำสั่งมี และตรวจจับตอนรันบนคลัง เว็บ และข้อความที่วาง
วินัยการใช้เครื่องมือมี เรียกพร้อมกันและอ่านก่อนเขียนมี และบีบอัดข้อมูลที่ขอบทางเข้า พร้อมเช็คเงื่อนไขก่อนเรียก
วินัยของผลลัพธ์มี กระชับและไม่มีคำเติมมี และปรับจูนสำหรับภาษาไทย
ตรวจก่อนบอกเสร็จมี การตรวจต้องผ่านมี พร้อม Iron Rule 0 และด่าน eval อัตโนมัติใน CI
ยึดกับความรู้จริง (RAG)ส่วนใหญ่ไม่มี เอเจนต์ทั่วไปไม่มี RAG เฉพาะโดเมนมี คลังความรู้สัตวแพทย์จุฬาที่รุ่นพี่คัด
อ้างอิงและตรวจย้อนกลับมีบางตัว Codex อ้างไฟล์ Perplexity โชว์แหล่งมี แผงแหล่งที่มาและระดับความมั่นใจทุกคำตอบ
สำรองหลายผู้ให้บริการไม่มี ผูกกับโมเดลเดียวมี ลำดับสำรอง 9 ชั้น ล้มแล้วไหลต่อ
ความรู้เฉพาะโดเมนไม่มี เป็นแบบทั่วไปมี สัตวแพทย์ไทยและฐานข้อมูลคณาจารย์จุฬา
ความเป็นส่วนตัวบนเครื่องไม่มีมี ลบข้อมูลส่วนบุคคลในเบราว์เซอร์
การสังเกตการณ์ระบบไม่มี เป็นกล่องปิดมี จับ error แจ้งเตือน และ eval ratchet

แถวบน 1 ถึง 5 คือรูปแบบที่ frontier agent ทำได้ยอดเยี่ยม และ Athene ก็ทำครบ ส่วนแถวล่าง 6 ถึง 11 คือชั้นระบบที่เครื่องมือทางคลินิกต้องมี แต่เอเจนต์เขียนโค้ดทั่วไปไม่จำเป็นต้องมี

สรุปแบบตรงไปตรงมา

Athene ไม่ได้เอาชนะ GPT-5 ในเกมของ GPT-5 แต่มันประกอบโมเดลระดับแนวหน้าเข้าเป็นระบบที่มีชั้นความน่าเชื่อถือครบตามที่เครื่องมือการแพทย์ต้องการ ทั้งยึดกับความรู้จริง ตรวจสอบได้ อ้างอิงได้ สำรองได้ และเป็นส่วนตัว

นั่นคือเหตุผลที่การเทียบนี้ยุติธรรมและน่าเชื่อถือ เราไม่ได้อ้างว่าโมเดลเราฉลาดกว่า แต่อ้างว่าสถาปัตยกรรมของระบบเราครบกว่าสำหรับงานที่มันต้องทำจริง คือตอบคำถามสัตวแพทย์ไทยอย่างปลอดภัยและตรวจสอบได้ และทุกชั้นที่ว่ามานี้มีอยู่จริงในโค้ดที่รันอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่สไลด์ขายฝัน

ลองคุยกับสถาปัตยกรรมนี้เอง

ทุกชั้นที่อ่านมาทำงานอยู่จริงหลังกล่องแชต ลองถามคำถามสัตวแพทย์ดู

คลัง CL4R1T4S เป็นการรวบรวม system prompt ที่หลุดหรือถูกสกัดออกมาของเอเจนต์เชิงพาณิชย์ ใช้เพื่อการศึกษาสถาปัตยกรรมเท่านั้น ส่วนรายละเอียดสถาปัตยกรรมของ Athene อ้างอิงจากโค้ดจริงที่รันอยู่